CPMS News Ticker

  • บริษัท เซ็นทรัล เพสท์ ซัพพลาย (2010) จำกัด

    บริษัท เซ็นทรัล เพสท์ ซัพพลาย (2010) จำกัด ถือกำเนิดจากภูมิปัญญาของกลุ่มคนไทย เมื่อ16 มิถุนายน 2547 เป็นการลดองค์กรลง โดยผู้บริหารเป็นผู้วางแผนการให้บริการ ปฏิบัติงาน / ติดตามผล ด้วยทีมงานที่มีประสิทฺธิภาพ และ ประสบการณ์สูง ตลอดจนต้องการให้งานบริการได้มาตรฐานสากล เทียบเท่ากับต่างประเทศ ในราคาย่อมเยาว์ และคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก

  • บริษัท เซ็นทรัล เพสท์ ซัพพลาย (2010) จำกัด

    มี นายแพทย์ โกเมน กุจะพันธุ์ สาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการและการให้บริการในโรงงานผลิตและสถานประกอบอาหารทั่วไป บริษัทฯ ได้รับอนุญาตการครอบครองวัตถุอันตรายจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อ.ย.) อีกทั้งยังใช้สารเคมีที่ได้รับอนุญาตจาก สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์

  • ศูนย์ตาคลี จ. นครสวรรค์

    41/7 ม.7 ต.หนองหม้อ อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์
    โทร 081-904-6762 , 081-449-3894

     

    สาขาปากช่อง 

    เลขที่ 176/43 หมู่18 ถ.มิตรภาพ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130
    โทร. 044-328-873, 08-1120-2039, 08-1904-6762

มด /ANTS


มด เป็นแมลงชนิดหนึ่ง   ในประเทศไทยพบมดทั้งหมด 9 วงศ์ย่อย 86 สกุล 512 ชนิด มดจัดเป็นแมลงสังคมชั้นสูงที่มีความเป็นอยู่แตกต่างจากแมลงอื่น ๆ มีการ

ติดต่อสื่อสารและการแบ่งชั้นวรรณะแยกออกจากกันให้เห็นชัดเจนทั้งรูปร่าง ลักษณะและหน้าที่
“ความสำคัญของมด”
1.ทำลายพืชผลทางการเกษตร ในแปลงปลูกและโรงเก็บ
2. ก่อความรำคาญและความเสียหายในบ้านเรือนโดยมามีส่วนแบ่งในอาหารและที่อยู่อาศัยกับคน
3.ทำอันตรายมนุษย์บางชนิดสามารถต่อยและกัดทำให้เกิดความเจ็บปวด แพ้ หรือติดเชื้อ
4.เป็นพาหะนำโรค ทางเดินอาหาร
ชีววิทยาของมด
สามารถแบ่งลำตัวออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่
1.ส่วนหัว  เป็นที่ตั้งของอวัยวะสำคัญบางชนิด ได้แก่
- หนวด : แบบหักศอก
- ตา       : ตาเดี่ยว,ตารวม
- ปาก    : แบบกัดกิน
2. ส่วนอก
- ขา แบบเดิน
- ปีก แบบ Membrane
3. ส่วนท้อง
-อวัยวะสืบพันธุ์ 
สังคมของมด
มดเป็นแมลงสังคมที่แท้จริง (Eusocial insect) อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (colony) ในแต่ละชนิด มีหลายรุ่นใน 1 กลุ่ม ภายใน กลุ่ม

แบ่งออกเป็นวรรณะต่างๆ ดังนี้
วรรณะต่างๆของมด
1.วรรณะสืบพันธุ์
     - มดแม่รังหรือมดราชินี
มี 1 หรือมากกว่า 1 ตัว เป็นเพศเมียที่สืบพันธุ์ได้ มีขนาดใหญ่กว่ามดตัวอื่นที่อยู่ในรัง มีปีก อกหนา ท้องใหญ่ มีตาเดี่ยวสามารถสืบพันธุ์ได้ทำหน้าที่สร้างรังไข่ และวางไข่
   - มดเพศผู้  จะมีปีก ส่วนอกหนา มีหน้าที่ผสมพันธุ์
 2. วรรณะงาน   เป็นมดเพศเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก ไม่มีตาเดี่ยวเป็นมดที่ออกหาอาหาร และยังมีหน้าที่สร้างรัง ดูแลตัวอ่อนและราชินี
 
3. วรรณะทหาร เป็นมดเพศเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก ไม่มีตาเดี่ยว และมีขนาดใหญ่กว่ามดงาน มีหน้าที่ป้องกันรังจากศัตรู
นิเวศวิทยา  พฤติกรรมของมดมีหลายด้าน  ได้แก่
-  พฤติกรรมการผสมพันธุ์และการสร้างรัง
-  พฤติกรรมการหาอาหาร
-  พฤติกรรมการติดต่อสื่อสาร
-  พฤติกรรมการใช้เสียง

พฤติกรรมการผสมพันธุ์และสร้างรัง
มดตัวเมียและเพศผู้ที่มีหน้าที่สืบ พันธุ์จะบินออกจากรังเพื่อค้นหาคู่จากรังอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง ราชินีจะค้นหาที่สำหรับผสมพันธุ์ เมื่อพบคู่และผสมพันธุ์แล้วมดราชินีก็จะหา

แหล่งที่อยู่เพื่อวางไข่ โดยมดรุ่นแรกจะเป็นมดงาน  เมื่อภายในรังมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นมดตัวเมียและเพศผู้ที่มีหน้าที่สืบ พันธุ์จะบินออกจากรังเพื่อค้นหาคู่สร้าง

อาณาจักรใหม่ต่อไป
พฤติกรรมการหาอาหาร
- การหาอาหารค่อนข้างกว้าง,กินได้ทั้งเมล็ดพันธุ์  พืชและดูดกินอาหารที่เป็นของเหลว
- ออกหาอาหารทั้งกลางวันและกลางคืน
พฤติกรรมการสื่อสารของมด
ใช้ สาร พีโรโมน เป็นตัวสื่อสาร การบอกทาง การเตือนภัย การผสมพันธุ์ และบางชนิดมดตัวอ่อนสามารถปล่อยฟีโรโมนกระตุ้นให้มดงานป้อนอาหารให้มันเมื่อ รู้สึกหิว โดย

อาศัยหนวดและขาคู่หน้า
1. อาหารที่มดชอบกินมาก ได้แก่ แมลง น้ำตาล
2. มีการสะสมอาหาร
3. มี 2 กระเพาะ หน้าเก็บน้ำหวาน หลังกระเพาะที่แท้จริง
4. ยกวัตถุได้หนักถึง 5เท่าของน้ำหนักตัว ลากวัตถุได้  หนักถึง 25 เท่าของน้ำหนักตัว
5. สร้างรังลึก 4 เมตร
6. มีราชินี 1 ตัว ตัวผู้จะตายหลังผสมพันธ์
  ชนิดมดที่สำคัญ
1. มดคันไฟ (Sclerosis Geminate)
-  มีสีเหลืองแดง มีขนที่หัวและตัว
-   อกแคบ
-  ท้องรูปไข่มีลายขวางสีน้ำตาล
-  ทำรังอยู่ใต้ดินที่ร่วนซุย
-  กินแมลงและซากสัตว์เล็ก ๆ เป็นอาหาร
-  มักใช้เหล็กในต่อย ผู้ถูกต่อยจะรู้สึกเจ็บแสบคล้ายถูกไฟลวก จึงเรียกมดคันไฟ
 

2.  มดละเอียด (Monopodium  indium)
-  มีสีแดงสนิมปนสีน้ำตาลเข้ม
-  อกยาวแคบ
-  ทำรังในดิน พบตามบ้านที่อยู่อาศัย
-  ชอบกินของหวาน
-  เคลื่อนไหวรวดเร็ว
-  มักพบเดินตามกำแพง
-  เมื่อถูกรบกวนจะป้องกันตัวโดยการกัด
3.  มดละเอียด (Monomorium Pharaonis)
 -  มีสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลอ่อนหรือสีแดงสว่างใส
-  ท้องมีสีเข้มเกือบดำ ตาเล็ก
-  อกยาวแคบ มีขนปกคลุมทั่วร่างกาย
-  ความยาว 1.5 - 2 มิลลิเมตร
-  ชอบทำรังอยู่ใกล้แหล่งอาหาร และสามารถแตกเป็นรังย่อย
-  มีเหล็กใน แต่ไม่ปรากฎให้เห็น
4. มดเหม็น (Tapinoma  -Melanocephalum)
-  หัวและอกสีดำ ท้องสีน้ำตาลอ่อน
-  ทำรังบนดินร่วนบริเวณโคนต้นไม้
-  เมื่อเข้ามาหาอาหารในบ้านเรือนจะขับถ่ายมูลทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารและมีกลิ่นเหม็น
5.  มดดำ (Paratrechina Longicornis)
-  มีสีน้ำตาลเข้มบางส่วนสีดำ ขนสีน้ำตาลเหลืองปกคลุม
-  อกแต่ละปล้องมีเส้นแบ่งชัดเจน
-  ขายาวมาก
-  ท้องรูปไข่
-  เป็นมดที่เคลื่อนที่ได้เร็วมาก
-  เป็นมดที่ทำให้เกิดความรำคาญมากกว่าอันตราย
6. มดง่าม (Pheidologeton  diversus)
-  มีสีน้ำตาลเข้ม   กรามใหญ่
-  ท้องกว้างรูปไข่
-  ความยาว 4.5-13 มิลลิเมตร
-  ทำรังในดินร่วน 
-  กินแมลงและเนื้อสัตว์เป็นอาหาร
-  ทำอันตรายต่อคนโดยการกัดอาการจะคล้ายคลึงกับคนที่ถูกมดคันไฟต่อยมาก

 7.  มดแดง  (Oceophylla Smaragdina)
-  มีสีแดงสนิม
-  อกยาว คอดคล้ายอาน กลม
-  ขาเรียวยาว
-  ทำรังบนต้นไม้ใหญ่ ใช้ใบประกอบเป็นรัง
-  เมื่อถูกรบกวนจะทำอันตรายคนโดยการกัด ผู้ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บปวดมาก
8.  มดตะนอย  (Tetraponera  Rufonigra)
-  มีสีดำปนน้ำตาลเหลือง
-  มีขนกระจายบาง ๆ ไม่เป็นระเบียบ
-  ท้องรูปไข่ปลายแหลมโค้ง  มีเหล็กในที่ปลาย
-  ทำรังอยู่ในต้นไม้ใหญ่ที่ตายแล้ว 
-  เป็นพวกกินเนื้อเป็นอาหาร
-  จะต่อยโดยใช้เหล็กใน ผู้ถูกต่อยจะปวดคล้ายถูกผึ้งต่อย
วิธีการป้องกันกำจัดมด 
   1. การควบคุมโดยวิธีกล 
2. การควบคุมโดยการปรับสภาพแวดล้อม 
3. การควบคุมโดยใช้สารเคมี 
           -  น้ำส้มสายชูหยอด 
       -  สารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ที่ 

 เช่น Cypermethrin
       -  สารกลุ่ม คาบาเมต เช่น โปรพ็อกเซอร์
4. การควบคุมโดยการใช้วิธีผสมผสาน